สีผสมอาหารเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในขนม เครื่องดื่ม ลูกอม เบเกอรี่ ไอศกรีม ทำให้ผลิตภัณฑ์น่ากินและตรงกับความคาดหวังของผู้บริโภค แต่ความปลอดภัยและการเลือกใช้ที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ผลิตต้องเข้าใจ บทความนี้รวมข้อมูลมาตรฐาน อย. การเลือกชนิด เฉดสี และเทคนิคการใช้งานจริง

ประเภทของสีผสมอาหาร

แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

1. สีสังเคราะห์ (Synthetic Color) — ผลิตจากการสังเคราะห์ทางเคมี เช่น Tartrazine (สีเหลือง), Sunset Yellow, Allura Red (สีแดง), Brilliant Blue, Indigo Carmine

  • ข้อดี: สีเข้ม สดใส คงตัวสูง ราคาถูก ใช้ปริมาณน้อย
  • ข้อจำกัด: ผู้บริโภคบางกลุ่มหลีกเลี่ยง (clean label) บางสีต้องระบุคำเตือนบนฉลาก

2. สีจากธรรมชาติ (Natural Color) — สกัดจากพืช ผลไม้ แมลง สาหร่าย เช่น Curcumin (ขมิ้น สีเหลือง), Beetroot (บีทรูท สีแดง), Spirulina (สาหร่าย สีน้ำเงิน), Annatto (สีส้ม), Anthocyanin (สีม่วง-แดง)

  • ข้อดี: ตอบโจทย์ clean label ออร์แกนิก
  • ข้อจำกัด: สีอาจซีดลงเมื่อโดนแสง/ความร้อน/pH ราคาสูงกว่า ใช้ปริมาณมากกว่า

มาตรฐาน อย. ของสีผสมอาหาร

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ. 2547) และฉบับเพิ่มเติม กำหนด รายชื่อสีที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร และ ปริมาณสูงสุดที่ใช้ได้ (Maximum Use Level) ในแต่ละประเภทอาหาร

สีที่อนุญาตทั่วไปในไทย:

ชื่อสี (E-Number) เฉด ปริมาณสูงสุดทั่วไป
Tartrazine (E102) เหลือง 100-300 mg/kg
Sunset Yellow (E110) เหลือง-ส้ม 100-300 mg/kg
Allura Red (E129) แดง 100-300 mg/kg
Carmoisine (E122) แดงเข้ม 100-200 mg/kg
Brilliant Blue (E133) น้ำเงิน 50-200 mg/kg
Indigo Carmine (E132) น้ำเงินเข้ม 50-200 mg/kg
Curcumin (E100) เหลือง (ธรรมชาติ) QS (ตามต้องการ)
Beetroot Red (E162) แดง (ธรรมชาติ) QS

หมายเหตุ: ปริมาณที่ใช้จริงต้องดูประกาศฉบับล่าสุดและประเภทอาหารที่ใช้

สีต้องห้ามและสีควรระวัง

สี ที่ห้ามใช้ในอาหาร ในไทย: Sudan I-IV, Para Red, Auramine, Rhodamine B (ใช้ในสีย้อมผ้า ห้ามอย่างเด็ดขาด), สีย้อมผ้าทุกชนิด

สี ที่ต้องระบุคำเตือนบนฉลาก (กลุ่ม Southampton 6 ในยุโรป): Tartrazine, Quinoline Yellow, Sunset Yellow, Carmoisine, Ponceau 4R, Allura Red — ต้องระบุข้อความ “อาจมีผลต่อกิจกรรมและสมาธิในเด็ก”

การเลือกสีตามประเภทอาหาร

เครื่องดื่มผลไม้ น้ำหวาน — สีสังเคราะห์ (Tartrazine, Allura Red) เพราะคงตัวใน pH ต่ำ ทนแสงได้ระดับหนึ่ง

ขนมเด็ก ลูกอม — แนะนำสีธรรมชาติเพราะกลุ่มเป้าหมายเซนซิทีฟ ลด Tartrazine ลง

เบเกอรี่ ครีมเค้ก — สีสังเคราะห์เพราะต้องผ่านความร้อน คงตัวกว่า ราคาคุ้ม

ไอศกรีม โยเกิร์ต — สีธรรมชาติ (บีทรูท Spirulina) ตอบโจทย์ premium

ขนมขบเคี้ยว แครกเกอร์ — สีผงสังเคราะห์ที่ละลายในน้ำมัน (lake colors) ติดผิวขนมได้ดี

เทคนิคการใช้งานสีผสมอาหาร

1. ละลายสีก่อนผสมในสูตร — สีผงต้องละลายในน้ำหรือแอลกอฮอล์ก่อนใส่ลงสูตร ป้องกันสีกระจุกเป็นจุดด่าง

2. ตรวจ pH ของสูตร — สี Anthocyanin (สีม่วงจากผลไม้) เปลี่ยนสีตาม pH (แดงในกรด ม่วงในด่าง) ต้องคุม pH ให้คงที่

3. ป้องกันแสง — สีธรรมชาติบางตัว เช่น Curcumin, Riboflavin ซีดเมื่อโดนแสง UV ต้องบรรจุในขวดทึบหรือใส่สาร antioxidant

4. ทดสอบเฉดสีก่อนผลิตจริง — เฉดที่ออกในสูตรอาจต่างจาก swatch ในแคตตาล็อกเพราะ matrix ของสูตร (ไขมัน น้ำตาล โปรตีน) ส่งผลต่อสี

5. ผสมสีเพื่อสร้างเฉดเฉพาะ — Brilliant Blue + Tartrazine = สีเขียว, Allura Red + Tartrazine = สีส้ม

การคำนวณต้นทุนสีผสมอาหาร

สีสังเคราะห์ราคาประมาณ 800-1,500 บาท/กก. แต่ใช้ปริมาณ 50-300 mg/kg ของอาหาร ต้นทุนสีต่อกิโลกรัมอาหาร = 0.04-0.45 บาท ถือว่าต่ำมาก

สีธรรมชาติราคา 1,500-5,000 บาท/กก. ใช้ปริมาณ 0.1-1% ของอาหาร ต้นทุนต่อกิโลกรัมอาหาร = 1.5-50 บาท สูงกว่าหลายเท่า

คำแนะนำผู้ผลิตที่กำลังตัดสินใจ

ตลาด mass / ราคาประหยัด → สีสังเคราะห์ที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน อย.

ตลาด premium / clean label / ออร์แกนิก → สีธรรมชาติ + ระบุ “ไม่ใส่สีสังเคราะห์” บนฉลาก เพิ่มมูลค่าสินค้า

สินค้าเด็ก → หลีกเลี่ยงสีกลุ่ม Southampton 6 ใช้สีธรรมชาติเป็นหลัก

สรุป

สีผสมอาหารมีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งสังเคราะห์และธรรมชาติ การเลือกใช้ต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยตามมาตรฐาน อย. ความเสถียรในสูตร ต้นทุน และตลาดเป้าหมาย ผู้ผลิตควรขอเอกสาร COA จากผู้จำหน่ายและทดสอบสีในสูตรจริงก่อนผลิตจำนวนมาก

A2B FOOD จำหน่าย สีผสมอาหารครบทุกเฉด ทั้งสีสังเคราะห์ Tartrazine, Allura Red, Brilliant Blue และสีธรรมชาติ Curcumin, Beetroot, Spirulina, Annatto Food Grade ผ่านมาตรฐาน อย. ราคาส่ง พร้อม COA ทุก lot ปรึกษาเฉดสีและทดลองตัวอย่าง LINE @a2bfoodthailand หรือโทร 080-633-5454